ปราสาทวัดพูลาวใต้ ปากเซ
เที่ยวได้ไม่มีเบื่อ
สวัสดีค่ะทุกวัน วันนี้ ดิฉัน เอินจัง จะทุกคนไปรู้จักสถานที่ที่น่าสนใจในประเทศลาว ประเทศเพื่อนบ้านข้างเคียงของประเทศไทยเรา เมื่อพูดถึงประเทศลาวแล้ว หลายคนจะนึกถึง ประตูชัยหรือวังเวียงกันซะส่วนใหญ่ ซึ่งประตูชัยนั้นอยู่เมืองหลวง และวังเวียงอยู่ลาวเหนือ ซึ่งลาวใต้เองนั้น ก็มีสถานที่ที่น่าสนใจเช่นกัน คือที่ไหนนั้น วันนี้ดิฉันจะพาไปรู้จักกันค่ะ
สถานที่ที่อยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักในวันนี้คือ 'ปราสาทหินวัดพู' ที่แขวงจำปาสัก เมืองปากเซ ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชนลาว เป็นเมืองที่โบราณเก่าแก่ อยู่ใต้สุดของประเทศลาว ติดกับชายแดนไทยและกัมพูชา ปราสาทหินวัดภู หรือ ปราสาทวัดพู ตั้งอยู่เชิงเขา ห่างจากตัวเมืองจำปาสักประมาณ 30 กิโลเมตร ถูกสร้างขึ้นโดย พระเจ้าชัยวรมัน ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 8 หรือประมาณ พุทธศักราช 933-943 มีอายุมากกว่าพันปี บรรยากาศโดยรอบปราสาท ปกคลุมไปด้วยสีเขียวของธรรมชาติ อยู่บนที่สูง ทำให้มีอากาศถ่ายเทและเย็นสบาย เงียบสงบ มองเห็นวิวที่สวยงาม
ที่มา : https://travelblog.expedia.co.th/asia/bd07_march18/
ที่มา : https://www.aumlucktour.net/album/5287
ปราสาทหินวัดพูแห่งนี้เป็นโบราณสถาน เป็นศาสนสถานของศาสนาพราหมณ์ ลัทธิไศวนิกาย และเป็นมรดกโลกแหล่งที่ 2 ของประเทศลาว ได้รับการรับรองและจดทะเบียนกับ UNESCO อีกด้วย การเดินทางเข้าไปยังปราสาท ค่อนข้างใช้เวลา ต้องเดินทางด้วยเรือหรือรถยนต์ ซึ่งรถยนต์นั้น ถนนหนทางค่อนข้างลำบาก แต่ทุกวันนี้มีการปรับปรุงให้เดินทางสะดวกมากขึ้น มีรถรางบริการนักท่องเที่ยว และมีค่าเข้า 50,000 กีบ (ประมาณ200บาท) ก่อนขึ้นไปยังเขตปราสาท มีร้านอาหารให้เลือกทาน ซึ่งข้างบนไม่มีอาหารจำหน่าย ระหว่างทางที่นั่งรถรางไปยังปราสาท จะมีบารายขนาดใหญ่อยู่สองข้างทาง เมื่อถึงปราสาท ทางเดินเข้าตัวปราสาท หรือเรียกว่า ทางเดินกษัตริย์ จะมีเสานางเรียงอยู่ทั้งสองข้างตลอดทางเดิน บันไดทางขึ้นเรียกว่าบันไดสวรรค์ สูงและชัน ข้างบนมีจุดที่น่าสนใจอย่างหนึ่งที่หากใครๆมาก็ต้องมาดู นั่นก็คือ หินแกะสลักรูปช้างและจระเข้ เชื่อว่าอาจเป็นฝีมือของชาวเจนละในสมัยนั้นสลักไว้เพื่อบูชา ว่ากันว่า ทีแรกนั้นหินแกะสลักนั้นมีถึงสามก้อน แต่พบเพียง 2 ที่ อาจะเป็นเพราะการกัดเซาะของน้ำ หรือเพราะสมัยนั้นยังแกะไม่เสร็จก็เป็นได้
ทำเลที่ตั้ง
ปราสาทวัดพูตั้งอยู่บริเวณเชิงภูเขาลูกใหญ่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำโขง ทางตอนใต้ของเมืองจำปาสัก ห่างจากเมืองปากเซไปประมาณ 30 กิโลเมตร ภูเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทวัดพูแห่งนี้ชาวลาวนิยมเรียกชื่อว่า “ภูเกล้า” สื่อความหมายถึงความเคารพประดุจยกไว้เหนือเศียรเกล้า ตัวปราสาทวัดพูหันหน้าไปทางทิศตะวันออก และวางแผนผังเป็นแนวยาวตามลักษณะของปราสาทเขมรที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เป็นภูเขา อาจเทียบเคียงได้กับปราสาทเขาพระวิหาร ที่มีแผนผังคล้ายคลึงกัน
ที่มา : http://www.dooasia.com/laos-2/champassak/index-th.shtml
ปราสาทวัดพู ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองจำปาสักมาทางทิศใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร ในอดีตที่ตั้งของวัดพู เคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแห่งอารยธรรมโบราณถึง 3 สมัยด้วยกัน คือ อาณาจักรเจนละในช่วงศตวรรษที่ 6 – 8 ค้นพบจารึกกล่าวถึงการฆ่าคนเพื่อบูชาแด่เทพเจ้า ต่อมาเป็นยุคของอาณาจักรขอมสมัยก่อนเมืองพระนคร ที่เลือกบริเวณนี้เป็นที่สร้างปราสาทหินในราวศตวรรษที่ 9 และสุดท้ายอาณาจักรล้านช้างได้เปลี่ยนเทวาลัยในศาสนาฮินดูให้เป็นวัดในพุทธศาสนานิกายเถรวาท
ประวัติโดยสังเขป
บริเวณใกล้เคียงที่ตั้งของปราสาทวัดพูเคยมีเมืองโบราณแห่งหนึ่งชื่อว่า “เสดถะปุระ” (เศรษฐปุระ) ซึ่งเป็นเมืองโบราณในอารยธรรมกัมพูชายุคก่อนเมืองพระนคร ราวๆช่วงก่อนพุทธศตวรรษที่ 12 (ยุคสมัยเก่าแก่ก่อนที่กัมพูชาจะลงไปตั้งราชธานีที่บริเวณพื้นที่ที่เป็นปราสาทนครวัด) มีการค้นพบจารึกของกษัตริย์พระนามว่า “เทวนิกะ” ในพื้นที่แถบนี้ซึ่งพระองค์อาจจะเป็นผู้ริเริ่มสร้างปราสาทวัดพูก็เป็นได้ (แต่ยังไม่มีหลักฐานอื่นใดเชื่อมโยงกษัตริย์องค์นี้กับปราสาทวัดพู)
หลักฐานที่สำคัญที่น่าจะกล่าวถึงบริเวณปราสาทวัดพูในสมัยโบราณ คือจดหมายเหตุของจีนสมัยราชวงศ์สุย กล่าวว่า “อาณาจักรโบราณนามว่า เจนละ ตั้งอยู่แถบภูเขาสูง ที่เมืองหลางของเจนละจะมีภูเขาศักดิ์สิทธิ์ชื่อว่า ลิงเจียโปโป เป็นที่สถิตของเทพเจ้านามว่า โพโตลิ สถานที่นี้มีทหาร 1,000 นายดูแลรักษา ซึ่งทุกปีกษัตริย์แห่งเจนละจะเสด็จมาที่ภูเขานี้ เพื่อบวงสรวงสังเวยเทพโพโตลิด้วยการบูชายัญมนุษย์”
นักวิชาการชาวฝรั่งเศสตีความจดหมายเหตุจีนว่า เจนละเป็นอาณาจักรสำคัญในประวัติศาสตร์กัมพูชายุคก่อนเมืองพระนคร โดยมีพื้นที่ครอบคลุมแถบตอนเหนือของกัมพูชา ทางใต้ของลาวรวมถึงภาคอีสานของไทย ศูนย์กลางราชธานีของอาณาจักรเจนละน่าจะอยู่แถบเมืองโบราณเศรษฐปุระในแขวงจำปาสัก ประเทศลาว ด้วยเหตุที่บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของภูเกล้า ซึ่งน่าจะตรงกับภูเขา “ลิงเจียโปโป” ที่ชาวจีนกล่าวถึง นักวิชาการชาวฝรั่งเศสตีความต่อว่า คำว่า “ลิงเจียโปโป” น่าจะเป็นการออกเสียงของชาวจีนที่พยายามกล่าวคำว่า “ลิงคปารวตา” (ลิงคบรรพต) ซึ่งเป็นนามภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อว่าคือภูเกล้าในปัจจุบัน และชื่อเทพเจ้า “โพโตลิ” ก็น่าจะตรงกับภาษาสันสกฤตว่า “ภัทเรศวร” ซึ่งเป็นชื่อของศิวลึงค์ที่ประดิษฐานที่ปราสาทวัดพูแห่งนี้อีกด้วย ดังนั้นปราสาทวัดพูจึงน่าจะสร้างขึ้นและได้รับการเคารพบูชาเป็นพิเศษมาตั้งแต่ช่วงก่อนพุทธศตวรรษที่ 12 แล้ว

ที่มา : dputhp.wordpress.com/2014/07/23/km09-ปราสาทวัดพู-มรดกโลกแห่/
ภายหลังการล่มสลายของอาณาจักรกัมพูชาโบราณ พื้นที่แถบนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรลาวล้านช้าง โดยเมืองจำปาสักได้เป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งของล้านช้าง เมื่อเจ้าราชครูโพนสะเม็ก พระภิกษุระดับมหาเถระชั้นผู้ใหญ่ เดินทางมาจากนครเวียงจันทน์มาตั้งเมืองจำปาสักเป็นเมืองหลวงฝ่ายใต้ ราวๆพุทธศตวรรษที่ 23 (ตรงกับสมัยอยุธยาตอนปลาย) ปราสาทวัดพูภายใต้วัฒนธรรมลาวก็ถูกปรับเปลี่ยนจากการเป็นเทวสถานของศาสนาฮินดู มาเป็นวัดในพุทธศาสนา และชื่อเรียกว่า “วัดพู” ก็คงเกิดขึ้นจากชาวลาวแถบนี้ที่เคารพปราสาทแห่งนี้ในฐานะพระอารามในพุทธศาสนาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน
สิ่งที่โดดเด่นสะดุดตาแก่ผู้พบเห็นคือภูเขาด้านหลังปราสาทที่ตั้งเด่นตระหง่านมองเห็นแต่ไกล รูปร่างคล้ายนมของผู้หญิงและคนเกล้ามวยผม ซึ่งเป็นที่มาของชื่อภูผาแห่งนี้ว่าเขานมสาว แต่ชาวบ้านนิยมเรียกภูเกล้ามากกว่า อาณาเขตของปราสาทวัดภู เริ่มต้นจากริมฝั่งแม่น้ำโดยมีบันไดทางขึ้นรถหลั่นกันขึ้นมา 3 ชั้น จนถึงองค์ประธานของปราสาทซึ่งอยู่ชั้นบนสุด นอกเขตวัดมีบารายขนาดใหญ่ ซึ่งในสมัยโบราณใช้เป็นที่แข่งเรือและที่สรงน้ำสำหรับพิธีกรรมต่างๆ
ทางส่วนของเทวสถานหรือตัวอาคารนั้นหน้าไปทางทิศตะวันออก มีทางเข้าสามประตู มีลวดลายของทับหลังที่สวยงาม มีพระพุทธรูปสำหรับสักการะบูชาที่สร้างไว้ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นวัด
ที่มา : https://th.readme.me/p/18690
วัดพูเคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์หรือโบราณสถานและแหล่งอารยธรรมโบราณในสมัยอาณาจักรเจนละ ช่วงสมัยศตวรรษที่ 6-8 ค้นพบศิลาจารึกที่มีเนื้อความกล่าวถึงการฆ่าคนเพื่อบูชาเทพ จากนั้นเป็นยุคของอาณาจักรขอม ได้เลือกสถานที่นี้เป็นที่สร้างปราสาทหินในราวศตวรรษที่ 9 และสุดท้ายอาณาจักรล้านช้างได้เปลี่ยนเทวาลัยในศาสนาฮินดูให้เป็นวัดในพุทธศาสนานิกายเถรวาท เนื่องจากปราสาทหินวัดพูเคยเป็นวัดในอดีต จึงจะมีประเพณีกราบไหว้ทุกปี เป็นเทศกาลที่โด่งดังเลยก็ว่าได้ นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศมากันมากมาย จัดอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์
เวลาดเปิด-ปิด :
เปิดทุกวัน 08.00 น. - 18.00 น.ค่าเข้า :
ประมาณ 200 บาท (50,000กีบ)
และนี่ก็เป็นสถานที่ที่นำมาแนะนำในวันนี้ค่ะ ลองอ่านแล้วเป็นอย่างไรบ้างคะ น่าสนใจมากๆเลยใช่ไหม เพราะอยู่ใกล้บ้านเราเท่านี้เอง หลังจากโควิดเริ่มเพลาลง อย่าลืมหาเวลาไปชมที่นี่กันนะคะ เอินจังเองก็จะหาโอกาสไปให้ได้เลยค่ะ!
อ้างอิง
ศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ปราสาทวัดภู. ค้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563, จาก
http://art-in-sea.com/th/data/lao-art/lao-art/item/442-prasat_wat_phu_art1.html
วลัยลักษณ์ ทรงศิริ.“มรดกโลกที่วัดพู” ฟื้นฝอยหามรดกยุคอาณานิคมของอินโดจีนแห่งฝรั่งเศส.
ค้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563, จาก http://lek-prapai.org/home/view.php?id=5010
แกรนด์ อีแวนส์. (2549). ประวัติศาสตร์สังเขปประเทศลาว. แปลโดย ดุษฎี เฮย์มอนด์. เชียงใหม่ :
สำนักพิมพ์. ซิลค์เวอร์ม.
มาร์ติน สจ๊วต ฟอกซ์. ประวัติศาสตร์ลาว. พิมพ์ครั้งที่ ๒. แปลโดย จิราภรณ์วิญญรัตน์.
โอเชียนสไมล์ทัวร์. ลาวใต้ ปราสาทวัดพู. ค้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563, จาก http://www.oceansmile.com/Lao/Watphu.htm
ธนกฤต ลออสุวรรณ. (2557). ปราสาทวัดพู มรดกโลกแห่งแขวงจำปาสัก. ค้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563, จาก https://dputhp.wordpress.com/2014/07/23/km09-ปราสาทวัดพู-มรดกโลกแห่/
เป็นสถานที่ที่สวยงาม เหมาะกับการพักผ่อนแถมยังใกล้บ้านเราอีกด้วยค่ะ น่าสนใจมาก
ReplyDeleteว้าววววน่าสนใจจริงๆค่ะ น่าไปเที่ยวและเหมาะกับการที่จะไปศึกษาศิลปะวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของระเทศเพื่อนบ้าน
ReplyDeleteน่าสนใจมากเลยค่ะ นอกจากจะอยู่ใกล้บ้านเราแล้ว ยังมีวิวและธรรมชาติที่สวยมาก ถ้าสถานการณ์โควิดดีขึ้นต้องแวะไปสักครั้งแล้วแหละค่ะ!!
ReplyDeleteน่าเที่ยวมากเลยค่ะ แถมการไปสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวไม่ได้ยุ่งยากมากด้วย เหมาะแก่การไปเที่ยวกับครอบครัวมากเลยค่ะ
ReplyDeleteน่าสนใจมากเลยค่ะ ถ้ามีโอกาสได้ไปสัมผัสบรรยากาศคงดีไม่น้อย อีกอย่างอยู่ใกล้บ้านเราแค่นี้เอง
ReplyDeleteเป็นปราสาทหินที่น่าไปเรียนรู้วัฒนธรรมมากเลยค่ะ
ReplyDelete