ที่มา : https://economictranscript.wordpress.com
จากคำกล่าวของ Klaus Schwab ที่ว่า "One of the features of this Fourth Industrial Revolution is that it does not change what we are doing, but it changes us" นั้น ดิฉันเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยอย่างละครึ่ง เพราะอุตสหกรรม 4.0 นี้ ค่อนข้างก้าวกระโดดจากที่ผ่าน ๆ มา เทคโนโลยีสามารถเข้าถึงผู้คนได้เกือบทั้งหมด ต้องค่อย ๆ มีการเรียนรู้กันไป ปรับตัวกันไป พัฒนาไปเรื่อย ๆ ร่วมกัน ดิฉันคิดว่ามันเปลี่ยนทั้งสิ่งที่ทำและเปลี่ยนทั้งเรา ไม่มีอะไรเหมือนเดิมไปตลอด ทุก ๆ อย่างต้องมีการปรับไปในทางที่ดีขึ้น
โลกเรามีการปฏิวัติการเกษตร ซึ่งเปลี่ยนจากสังคมเก็บของป่าล่าสัตว์มาเป็นการทำการเกษตร จากนั้นมีการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 1 คือการปฏิวัติอุตสาหกรรมหลังศตวรรษที่ 18 ทำให้เกิดการใช้เครื่องจักรมาทำงานทดแทนหรือควบคู่กับแรงงานมนุษย์ แล้วเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 2 เมื่อค้นพบกระแสไฟฟ้า หลังทศวรรษที่ 1960 เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 คือการใช้คอมพิวเตอร์หรือดิจิทัล จากนั้นผลของการปฏิวัติดิจิทัลจึงนำมาสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นการหลอมรวมเทคโนโลยีต่าง ๆ ข้ามโลกกายภาพ ดิจิทัล และชีวภาพ อันเป็นผลมาจากระบบอินเทอร์เน็ตที่แพร่หลาย ตัวเซ็นเซอร์ที่เล็กและทรงพลัง ปัญญาประดิษฐ์และเครื่องจักรกลเรียนรู้ และพันธุวิศวกรรมที่ก้าวหน้า

ที่มา : https://www.aware.co.th/thailand4-0/
Industry 4.0 การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เป็นการบูรณาการโลกของการผลิตเข้ากับการเชื่อมต่อทางเครือข่ายในรูปแบบ
Internet of Things (IoT) ทุกหน่วยของระบบการผลิต ตั้งแต่วัตถุดิบ
เครื่องจักร เครื่องมืออุปกรณ์ ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ จุดเด่น คือ
สามารถเชื่อมความต้องการของผู้บริโภคแต่ละรายเข้ากับกระบวนการผลิตสินค้าได้โดยตรง
กล่าวคือ โรงงาน 4.0 จะสามารถผลิตของหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันตามความต้องการเฉพาะของผู้บริโภคแต่ละราย
(Mass Customization) เป็นจำนวนมากในเวลาพริบตาเดียวIndustry 4.0 การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เป็นการบูรณาการโลกของการผลิตเข้ากับการเชื่อมต่อทางเครือข่ายในรูปแบบ
Internet of Things (IoT)
ทุกหน่วยของระบบการผลิต
ตั้งแต่วัตถุดิบ เครื่องจักร เครื่องมืออุปกรณ์ ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ จุดเด่น
คือ สามารถเชื่อมความต้องการของผู้บริโภคแต่ละรายเข้ากับกระบวนการผลิตสินค้าได้โดยตรง
กล่าวคือ โรงงาน 4.0
จะสามารถผลิตของหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันตามความต้องการเฉพาะของผู้บริโภคแต่ละราย
(Mass Customization) เป็นจำนวนมากในเวลาพริบตาเดียว
การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างมากด้วย เพราะความคาดหวังของผู้บริโภคกำลังจะเปลี่ยนไปจากสิ่งที่เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำได้ ผลิตภัณฑ์จะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นด้วยข้อมูล เกิดความร่วมมือใหม่ ๆ และวิถีการทำธุรกิจจะเปลี่ยนไปสู่ระบบดิจิทัลใหม่ๆ บริษัทที่สามารถผสมผสานมิติดิจิทัล กายภาพและชีวภาพเข้าด้วยกันได้จะประสบความสำเร็จอย่างสูง ทั้งเป็นผลกระทบอย่างมากในด้านเศรษฐกิจ ตัวแปรทางเศรษฐกิจมหภาคคาดว่าจะถูกกระทบทั้งหมด โดยเฉพาะการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และผลิตภาพการผลิต การทดแทนแรงงานโดยเครื่องจักรเป็นประเด็นที่สำคัญระดับโลก เพราะงานวิชาชีพจะได้รับผลกระทบจากระบบอัตโนมัติด้วย อาชีพต่าง ๆ เช่น พนักงานขายทางโทรศัพท์ ผู้เตรียมเอกสารภาษี ผู้ประเมินความเสียหายด้านประกันภัยรถยนต์ เลขานุการ พนักงานต้อนรับในร้านอาหาร แรงงานเกษตร คนส่งพัสดุ มีโอกาสกว่า 90% ที่จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ
ดิฉันคิดว่า ในอนาคต การทำงานหรือการหางานทำของเราอาจจะยากไปกว่าที่ผ่านมา เพราะความสามารถบางอย่างที่เราอาจจะคิดว่าเรามีครบ เราสามารถทำได้ มันอาจจะสู้เครื่องจักรกลทำงานไม่ได้ ทั้งความรวดเร็ว หรือความสะดวก แต่ในเรื่องของความเนี๊ยบ ความสวยงาม ความสร้างสรรค์ เครื่องจักรกลอาจจะยังสู้มนุษย์จริง ๆ ไม่ได้ อย่างการทำงานด้านศิลปะ งานเขียน การทำอาหาร ที่ต้องใ้ช้ความสามารถเฉพาะส่วนบุคคลงานถึงจะออกมาสมบูรณ์แบบ นี่อาจจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งส่วนน้อยที่เรายังทำมันได้เองในอนาคต
บรรณานุกรม
มณฑา วิบูญยาเสก. (2561). ความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง Industry 4.0 VS Thailand 4.0. สืบค้นวันที่ 20 สิงหาคม 2563 จากเว็บไซต์ https://www.aware.co.th/thailand4-0/
Thailand Future. (2561). ปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4: โลกยุคใหม่ที่ทุกคนต้องรู้จัก. สืบค้นวันที่ 20 สิงหาคม 2563, จากเว็บไซต์ https://www.thailandff.org/post/industrial-4
เห็นด้วยกับควาาคิดเห็นของผู้เขียนค่ะ อาชีพบางอาชีพคนก็ไม่สามารถสู้เครื่องจักรได้
ReplyDeleteเห็นด้วยมากๆในเรื่องการหางานที่ยากขึ้นในอนาคตค่ะ เพราะเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ReplyDelete